Username Password   Search    
Register Forget Password        

People Rss

Thai Scoops International Scoops Positive Thinking
 


พรหมพร-ศศิรัศ ยูวะเวส
คุณพี่ขอร้อง คุณน้องขอเมาท์
 

เรามีนัดกับสองพิธีกรพี่น้อง ที่หลายคนว่าหน้าละม้ายคล้ายกันนัก คุณเอิ๊ก-พรหมพร และ น้องแอม-ศศิรัศ ยูวะเวส
ประเดิมศักราชใหม่เลยชวนสองสาว
มาคุยเรื่องสนุกๆ ครบทุกรสชาติ ชนิดเมาท์กันสนั่น WhO? เป็นครั้งแรก

การนัดหมายเกิดขึ้นในช่วงเช้าที่วิกสนามเป้า หลังจบรายการ Next Station พรหมพร รายการสดทุกเช้าจันทร์-ศุกร์ จากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เราบุกไปถึงห้องแต่งตัวแอบทักทายสองพี่น้องก่อนจะถึงเวลานัด คุณเอิ๊กเธอกำลังเซตผม เติมสีริมฝีปากด้วยลิปสติกสีสวย ส่วนน้องแอมเปลี่ยนชุดเตรียมพร้อมและร้องเพลงอย่างอารมณ์ดีโยกตัวไปมาอยู่หน้ากระจก

คุณเอิ๊ก เป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวของสมาชิกสาวสาวสาวว่ามีพี่น้อง 3 คน “ผู้หญิงหมดเลยค่ะ สวยหมด
ไม่ได้ถามตอบเองเลย (หัวเราะ)” น้องแอมประเดิมแหย่ด้วยประโยคแรก “แก่ 2 ค่ะ เด็ก 1 (หัวเราะ)” เธอบอกว่าห่างจากน้องสาวถึง 9 ปี (เราอุทานขึ้น...ไม่น่าเชื่อ?) เท่านั้นแหละ เธอชิงตัดบททันที “น้องแอมแก่หรือว่าพี่เด็กคะ”

3 สาวที่ว่าได้แก่พี่คนโต ประภาจรีย์ (แอ้ม), พรหมพร (เอิ๊ก) และ ศศิรัศ (แอม) เป็นบุตรสาวของ ประกาศ-สุภาพ ยูวะเวส

 ความที่ห่างกับพี่สาวคนโตเพียง 1 ปี ทำให้เธอค่อนข้างคุ้นเคยและสนิทกับพี่มากกว่าน้องสาวคนเล็ก ซึ่งโตมาคนละยุค แต่เมื่อเข้าสู่แพตเทิร์นชีวิตกาศึกษาวัยเด็ก ลูกๆ ทุกคนจบจากสถาบันเดียวกันหมดคือเริ่มต้นที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ ไปต่อชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก่อนจะแยกย้ายสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ กันไป พี่คนโตสอบเข้าคณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ และบินเรียนปริญญาตรีเพิ่มอีก 1 ใบ ก่อนจะจบปริญญาโทที่อเมริกา ส่วนเธอสอบติดคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ สำหรับน้องสาวคนเล็ก หลังสอบเทียบได้บินไปเรียนต่ออเมริกา
คว้าปริญญาตรี  Electrical & Computer Engineering, California Poytechnic University และปริญญาโท
System Architecture and Engineering, University of Southern California
 
การเอนทรานซ์ติด เรียนจบปริญญาโท เป็นความประสงค์ของคุณพ่อที่วางไว้ให้ลูกๆ ซึ่งพี่และน้องทำได้ตามนั้น ยกเว้นเธอ ด้วยโชคชะตาและจังหวะชีวิตพาให้เข้ามาทำงานผู้ประกาศข่าว เริ่มงานที่ไทยสกายทีวี และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกาศข่าวช่อง 3 เรียกว่าเป็นอดีตลูกหม้อช่อง 3 นานถึง 11 ปี ก่อนจะลาออก

เธอเล่าบรรยากาศวัยเยาว์เมื่อครั้งเป็นสาวน้อยสุดเฮี้ยวได้เป็นฉากๆ และเปรียบเทียบให้เห็นภาพระหว่างเธอกับพี่สาวว่า
ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
 
พี่สาวเป็นคนว่านอนสอนง่าย ตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัว กินข้าวไปโรงเรียน เย็นกลับมาทำการบ้าน ส่วนเธอทั้งซนทั้งดื้อ เช้าไม่อยากไปโรงเรียน แม่ต้องไปลากมาจากที่นอน น้ำก็ต้องอาบให้ กินข้าวในรถต้องมีคนป้อน เพราะสายตลอด

“ตอนนั้นไปถึงโรงเรียนจำได้ว่าเกาะแม่สี่ขาเลย เอามือล็อกคอ เอาเท้าสองข้างล็อกเอว แล้วครูต้องมาดึงออกไป ร้องไห้ไม่ไปๆ ได้การบ้านมาเราก็ใช้ดินสอที่มียางลบ ลบแรงๆ ให้มันขาด...ขาดแคว้ก!!...ไม่ต้องทำ” เธอเล่าพลางหัวเราะน้ำตาเล็ดในวีรกรรมวัยเด็ก

แม้น้องสาวคนเล็กที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ จะไม่ได้โตในช่วงพี่สาวทั้ง 2 คน แต่เธอว่าคุณแม่ก็เล่าให้ฟังเสมอว่าพี่สาวคนนี้มีวีรกรรมเยอะขนาดไหน ความซนของเธอถึงขั้นมีครูเคยถามคุณแม่ว่า “ลูก 2 คนนี้เลี้ยงมาด้วยกันหรือเปล่าคะ ทำไมคนละบุคลิกเลย”

นอกจากนี้พี่สาวยังยอมให้ตลอด ขนาดเล่นขายของเธอเองต้องเป็นคนขายและพี่ต้องเป็นคนซื้อตลอด

“พี่จะยอมเราตลอด อาจจะเพราะคุณพ่อสอนว่าเป็นพี่ต้องดูแลน้อง ต้องยอมน้อง” ระหว่างนั้นน้องสาวรีบสนับสนุน “ถูกต้อง จำเอาไว้นะ” คุณเอิ๊กหัวเราะทันที “แหม...อันนั้นฉันตอนเด็กๆ แต่พอน้องแอมโตขึ้นด้วยความที่ห่างกันมาก
ก็กลายเป็นว่าเธอเป็นน้องก็ต้องฟังพี่จ้ะ (หัวเราะ)”

ความที่พี่สาวสร้างวีรกรรมไว้เยอะ พอน้องสาวเข้าโรงเรียนก็ทำให้ครูรู้จักน้องแอมเป็นอย่างดี
แถมเรียกเธอติดปากว่า “ยายยูวะเวส” แทนที่จะเรียกชื่อจริง แต่โชคดีว่าน้องสาวคนเล็กเป็นเด็กเรียนดี ควบคู่กับทำกิจกรรมลงแข่งขันเอาหมดทุกอย่างไม่ทิ้งลายพี่เอิ๊ก


แต่น้องสาวขอคุยอวดความ สามารถกับพี่สาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ว่า “เคยอยู่สโมสรผึ้งน้อยด้วยนะคะ จริงๆ แล้วแอมเป็นรุ่นพี่ทางการบันเทิงของพี่เอิ๊กนะ (หัวเราะ) พี่เอิ๊กต้องให้ความเคารพนิดนึงนะ” ว่าแล้วยืดอกภูมิใจขึ้นมาทันที แต่พอเริ่มโตก็หันมาซีเรียสกับเรื่องเรียน ซึ่งคุณเอิ๊กเอยชมเปาะว่าน้องเป็นเด็กเรียนดีจริงๆ ส่วนเหตุผลของการตั้งใจเรียนของน้องสาวก็เพิ่งได้รู้วันนี้ว่า

“ตอนเด็กๆ พ่อเอาไม้เรียวไปฟาดบนที่นอนพี่เอิ๊กเลย เพราะไม่ยอมอ่านหนังสือ เราเคยเห็นก็เลยรู้
ทำให้ขยันเรียนตั้งแต่เด็กเพราะเดี๋ยวโดนตี”  

งานนี้คุณพี่เธอยอมที่ไหน รีบบอกทันทีว่าแม้จะเป็นคนไม่ค่อยชอบเรียน แต่เธอก็พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วด้วยการ
เอนท์ติดคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

“โอ้โห...ตอนนั้นเอนท์ติด คุณพ่อเลี้ยงใหญ่เลยค่ะ แทบจะปิดถนนเลี้ยง (หัวเราะ) เป็นคณะที่คุณพ่อหมายมั่นปั้นมือ เพราะท่านจบธรรมศาสตร์ คือแววเราไม่น่าจะได้ บอกแล้วเรียนไม่เน้น แต่ถ้าเอาจริงจังตั้งใจก็ทำได้”

ส่วนน้องแอมสร้างความภูมิใจให้ตัวเองเหมือนกัน พอเรียนจบวิศวะเธอเข้าทำงานที่บริษัท GE ที่อเมริกา
ซึ่งเธอเป็นคนเอเชียและเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เป็นวิศวกรทำงานด้านดีไซน์วงจร ไฟฟ้า

ช่วงอยู่อเมริกาน้องสาวเดินตามรอยเท้าพี่เอิ๊กทุกฝีก้าว โดยเฉพาะในเรื่องกิจกรรม ทำทุกอย่างพิธีกร ร้องเพลง เรียกว่าขอให้มีวงดนตรีคุณน้องคนนี้ก็พร้อมเสมอ “ประมาณว่าค่าตัวไม่ต้อง ขอให้ได้ร้องว่างั้น” คุณเอิ๊กพูดพลางหัวเราะ

เพราะเป็นพี่ที่ดีเลี้ยงน้องสาว ป้อนข้าวมากับมือ แถมยังเห็นความกล้าแสดงออก หน่วยก้านใช้ได้ พอน้องสาวย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย คุณพี่เลยทำหน้าที่เจ๊ดันให้น้องสาวลองเข้ามาชิมลางพิธีกรในรายการ Next Station พรหมพร เก็บเกี่ยวชั่วโมงบินไปพลางๆ แต่ก็ไม่ให้ทิ้งงานวิศวะ เพราะถ้าได้ทำก็เป็นโอกาสและถือเป็นงานที่ดี ส่วนงานพิธีกรเป็นอาชีพเสริมได้ ซึ่งช่วงนี้มีงานที่ต้องใช้ภาษามากๆ เธอจะเรียกน้องสาวให้ไปเป็นพิธีกรคู่ด้วยเสมอ

“เป็นพี่ที่ดีนะ แบ่งค่าตัวให้น้อง” หันไปสบตาบอกความใจกว้าง “แบ่งเท่าไรไม่รู้ล่ะ เรียกไปก่อน แต่ก็ไป (หัวเราะ)”
น้องแอมพูดสวนชิงความไวกับพี่สาว

กลับมาเมืองไทยได้ 6 เดือน ทำให้เริ่มมีคนทักผิดนึกว่าน้องแอม-ศศิรัศ เป็น เอิ๊ก-พรหมพร ซึ่งน้องสาวก็ยิ้มรับและตอบกลับไปเหมือนทุกครั้งว่า “หนูแอม น้องพี่เอิ๊กค่ะ”

น้องแอมเล่าว่ามีคนทักผิดเป็นประจำ อย่างเมื่อครั้งจอดรถติดกับน้องๆ ดารา ก็มีคนหันมาสวัสดีบ่อยๆ
“เรานึกในใจ…รู้จักกันตอนไหนนะ (พี่สาวขอหัวเราะฮาทันที) บางคนทักด้วยนะ พี่เอิ๊กเปรี้ยวมาก ผมทรงใหม่ (หัวเราะ) ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี ฉันแก่เท่าพี่ หรือหนูดูแก่กว่าวัยเป็น 10 ปีเลยเหรอ” น้ำเสียงอ่อย

แต่ถึงจะมีคนทักสาวแอมผิดบ่อยๆ แต่น้องก็ไม่เคยสวมรอยเป็นพี่เอิ๊ก เธอบอกว่าถ้าจะทำก็แค่ทำท่าเลื้อยๆ แล้วบอกว่า “หนูเป็นน้องพี่เอิ๊กค่ะ”

เรียกว่าคุณเอิ๊กเองก็ไม่คิดว่าน้องจะหน้าเหมือนตัวเองขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เคยมีคนโทร.มาบอกว่า เปิดทีวีมา ดูรายการตอนเช้า ตกใจนึกว่าผีหลอก

“คือกล้องถ่ายมาที่เอิ๊กผมสั้น ถ่ายมาอีกทีทำไมผมยาว (หัวเราะ) ทุกคนบอกเหมือนมาก คือรู้สึกว่าเหมือนไม่คิดว่าจะเหมือนถึงขนาดคนทักผิด
เพราะจริงๆ หุ่นหรือบุคลิกหลายอย่างไม่เหมือนกัน”  


ตอนเด็กๆ เธอว่าหน้าตาคล้ายพี่สาวคนโตแล้ว แต่พอมาน้องสาว หลายคนยืนยันว่าเหมือนกว่า น้องแอมถึงขั้นพยักหน้า “คงจะเหมือนจริงๆ แต่หลังๆ คนเริ่มจะทักแล้วนะคะว่าหน้าเหมือนแม่” เรียกเสียงหัวเราะฮารอบวง ก่อนบอกเหตุผลว่า “คือคุณแม่ชอบแนวผมสั้นๆ
แต่จะเซตแบบคุณนาย ไม่ได้ตั้งชี้แบบนี้”

หลังจากน้องแอมกลับมาเมืองไทย ทำให้เธอและน้องสนิทสนมกันมากขึ้น จนคุณน้องสาวมีเรื่องเมาท์พี่ชนิดเผาขนไหม้เกรียม โดยเฉพาะเรื่องความงาม “ตอนไปเที่ยวทะเลกัน เราก็ชวนพี่เอิ๊กไปว่ายน้ำมั้ย เขาบอกไปๆ แต่แค่ไปเปลี่ยนชุดหายไปนานมาก (ลากเสียงยาว)
เปิดประตูเข้าไป โอ้ว…เธอกำลังปัดแก้ม ทาตา เราก็บอกพี่เอิ๊กคะไปว่ายน้ำค่ะ จะปัดแก้มทำไม เขาก็บอกว่าไม่ได้เดี๋ยวต้องเดินลงไป คนก็ต้องรู้จักฉัน” คุณพี่รีบงัดเหตุผลขึ้นทันควันว่าเป็นคนเกรงใจคนอื่น รู้สึกว่าไม่อยากทำร้ายคนที่เห็น เพราะเคยเสื่อมศรัทธาบางคนเมื่อเห็นในหนังสือหรือในทีวีแล้วตัวจริงรับไม่ได้

“เอิ๊กเป็นคนที่มีความสุขกับการได้แต่งตัว คือเราแต่งตัวสวยเราก็มีความมั่นใจ เคยไหมบางคนแต่งตัวออกมาขัดหูขัดตาไปโน่นก็ไม่ได้ ไปนี่ก็ไม่ได้ เอิิ๊กไม่อยากเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจะพร้อมตลอด”

ความที่ชอบแต่งตัวและชอบช็อปปิ้ง เมื่อครั้งไปเมืองนอกเธอเคยถูกน้องสาวว่าเหมือนคนบ้าคลั่ง ซื้อของเหมือนโลกจะแตก บางทีโทร.มาสั่งของไม่ต่ำกว่า 10 ชุดก็มี “เขาถามเอิ๊กจะซื้อไปทำไม รองเท้ามีตั้งหลายร้อยคู่แล้ว” น้องสาวชิงตัดบท “คือพี่เอิ๊กไปทีนึงซื้อกลับมาทีละ 15 คู่ ซึ่งอเมริกาจำกัดให้แค่ 2 กระเป๋า แต่เธอสามารถยัดทุกอย่างลงไปในนั้นได้ยังไงไม่รู้” คุณเอิ๊กยังเสริมขึ้นอีกว่า “บางทีตัวเองยังไม่ได้ไป สั่งของทางอินเทอร์เน็ตไปกองรอไว้แล้วก็มี”

งานนี้ได้ทีขี่แพะไล่ คุณเอิ๊กเมาท์น้องกลับ “ไปโน่นก็พึ่งพาเสื้อผ้าเขาไม่ได้เลย (เสียงสูง) เสื้อผ้าเยอะนะแต่เป็นแบบวัยรุ่น โซๆ เซอร์ๆ เขาจะใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืด ใส่สเวตเตอร์ทับ สะพายเป้แจนสปอร์ต ...โอ้ย เราประณามตลอดเวลา ทั้งตัวไม่มีอะไรเข้ากันเลย (หัวเราะ)” เห็นการแต่งตัวของน้องสาวถึงขั้นรับไม่ได้ และบอกว่าถ้ามาอยู่เมืองไทยช่วยกรุณาแต่งตัวบ้าง

แต่หลังๆ น้องสาวเธอสวยโดยไม่ต้องบอก พูดพลางหันไปชมพร้อมกับบอกว่า “แหม...จะไม่สวยได้ยังไง กลับมามีของพร้อมทุกอย่างให้ใช้เสร็จสรรพ” น้องสาวพยักหน้าทำตาปริบๆ “ไปช็อปปิ้งในตู้พี่เอิ๊กค่ะ (ยิ้มๆ)” เรียกว่าพี่สาวจะให้แต่งแบบไหนคุณน้องก็บอกทันทีว่าได้เลย “เพราะเดี๋ยวหนูก็จะไปเจอในตู้พี่เอิ๊กเอง” ทั้งคู่ประสานเสียงหัวเราะชอบใจอีกครั้ง

บางทีไปช็อปปิ้งเป็นชั่วโมงหาไม่ได้ แต่น้องแอมบอกไปเจอในตู้พี่เอิ๊ก เลยไม่รู้จะเสียเวลาไปเดินทำไม
มีอย่างเดียวที่ใช้ด้วยกันไม่ได้นั่นคือรองเท้า

เสียงน้องสาวดังขึ้น “แต่บางคู่จะฟลุกใส่ได้นะ” พี่เอิ๊กสวนขึ้นบ้าง “เขาจะพยายามยัดให้ได้มากกว่า”... “
แต่พ่ี่เอิ๊กก็แอบเอาของเราไปใส่เหมือนกันนะ” ว่าแล้วก็เปิดศึกชิงเหตุชิงผลระหว่างพี่น้อง “แต่เราใส่ของน้องต้องเสริมสุดฤทธิ์
เพราะเท้าเล็ก แต่รองเท้าของดิฉันคุณเธอยัดเข้าไปๆ (แอมนั่งฟังหัวเราะชอบใจ) บานหมด...พอบานเสร็จก็ต้องยกให้เขา” น้องแอมยิ้มรับชอบใจบอกว่า “ถูก” ว่าแล้วคุณเอิ๊กพลางชี้ไปที่รองเท้าที่น้องสาวใส่อยู่

“คู่ที่ใส่อยู่ก็ของเอิ๊ก…กระเป๋าด้วยนะคะนั่น”
เรียกว่าต้องยอมจำนนให้หลักฐานจริงๆ คราวนี้


หากมีหนุ่มๆ แวะเวียนมาขายขนมจีบพี่สาว เชียร์ยังไงบ้างไหม น้องสาวชื่นชมพี่สาวว่าเป็นคนเก่ง มีความมั่นใจ ดูแลตัวเองได้ทุกอย่าง “ถ้าเขามีแฟนต้องเป็นห่วงแฟนมากกว่า (หัวเราะ) คือผู้ชายที่จะมาชอบผู้หญิงเก่งกว่าก็ยากอยู่นะ คือถ้าเอาคนที่เก่งกว่าก็หมดไปแล้วไง ไม่เหลือถึงวัยนี้หรอกค่ะ (หัวเราะ)”

คุณเอิ๊กรีบค้านขึ้นทันที “เราก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงเก่งนะ เป็นภาพที่คนมองมา...แหม เราก็อยากมีคนดูแลปกป้องนะ (เสียงอ้อนหวานขึ้นมาทันที) แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นถึงจุดนั้น (ยิ้มหัวเราะนัยน์ตากรุ้มกริ่ม) แต่ถามตอนนี้ไม่อยากแต่งมาสักพักแล้ว รู้สึกว่าชีวิตตอนนี้ก็แฮปปี้ดี งานดี ครอบครัวดี เพื่อนก็ดี เงินก็มีใช้ เลยมีความรู้สึกว่า แล้วฉันจะนี้ดอีกคนมาเพื่ออะไร”

เธอมีความเห็นส่วนตัวกับการแต่งงานว่าเป็นเหมือนพื้นฐานของชีวิตที่ถูกวางไว้มานาน เรียนจบ แต่งงาน มีลูก แต่จริงๆ ถ้าข้ามขั้นตอนในบางขั้นตอนไปบ้าง ก็ไม่คิดว่าชีวิตมันจะไม่ประสบความสำเร็จ

เสียงน้องสาวแทรกขึ้นเบาๆ “พี่เอิ๊กนี้ดแค่คนมากุ๊กกิ๊กๆ หัวใจพองโต มาๆ ไปๆ” เธอบอกว่าไม่มีแฟนได้ แต่ต้องมีเพื่อน คนที่จะอยู่ด้วยกันในตอนแก่ ดูแลกันไป ซึ่งเธอมีบุคคลเหล่านั้นอยู่หลายคนแล้ว

งานนี้น้องสาวบอกว่าเริ่มซึมซับมาจากพี่เหมือนกัน “แต่แอมยังพอที่จะอยู่ในวัยแต่งงานได้นะ (ยิ้มๆ) แต่ก็รู้สึกว่าถ้ามีก็มี ไม่มีก็ไม่เป็นไร คือไม่ใช่ว่า 30 แล้วจะต้องรีบหา คือไม่ได้แคร์ตรงนั้น” ... “พี่ก็เป็นอย่างนี้แหละ พรืดเดียว 30 กว่า (หัวเราะ) เวลานั้น
มันหายไปไหนไม่รู้” คุณเอิ๊กตอบพลางหัวเราะ

แม้เพื่อนบางคนจะเคยบอกว่า “เสียชาติเกิด พระเจ้าอุตส่าห์ให้มาเกิดเป็นผู้หญิง มีเพศเดียวเท่านั้นที่จะเป็นแม่ได้...เราบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวชาติหน้าก็เกิดใหม่ (หัวเราะ) รู้ตัวดีว่าฉันยังไม่นิพพานหรอก”

น้องแอมเริ่มก่อนแล้วกัน “โอ้ย...ตายละ ช่วยเอาเขาออกไปจากตรงนี้ก่อนได้มั้ยคะ” ทั้งคู่พลันประสานเสียงหัวเราะขึ้นดัง
แบบรู้กันว่าจะถูกเมาท์แน่ๆ

“พี่เอิ๊กเหรอคะ ปากร้ายแต่ใจดี ไม่ค่อยพูด แต่ก็เป็นเจ๊ดัน หวังดีกับเรามาก ยิ่งกว่าเป็นแม่ เป็นผู้จัดการส่วนตัว เป็นคนมีสองภาค ถ้าพูดเรื่องงานจะซีเรียส พูดตรงๆ ออกมาเลย คนฟังก็หงายหลังเถียงไม่ออก (แล้วเถียงพี่ไหมคะ) เสียงคำตอบแหลมดังขึ้น “เถียง... ไม่ตกฟากด้วยค่ะ” หากแต่เป็นเสียงของพี่สาว งานนี้คุณน้องหัวเราะชอบใจใหญ่
“แหม เราก็มีเหตุผลไง ก็เอาเหตุผลมาสู้กันหน่อย...แต่ก็คือฟัง”

แล้วใครยอมใครคะ? “อุ๊ย…จะเหลือเหรอคะ น้องก็ต้องยอมสิคะ” น้องสาวพูดน้ำเสียงยอมๆ


ด้านคุณพี่พูดถึงน้องสาวว่า เป็นเด็กฉลาดแต่ดื้อ คือเขารู้ว่าอะไรดีไม่ดี ควรไม่ควร แต่บางทีด้วยความดื้อก็มีบ้าง…เจ้าตัวพยักหน้ารับพร้อมเหตุผลซัพพอร์ต “แอมแอบรั้นอยู่บ้าง ด้วยความที่อยู่อเมริกาเป็นตัวของตัวเอง
ดูแลตัวเอง พอมีคนเริ่มมาจัดระเบียบชีวิตก็จะงงๆ อะไรอีกเหรอ” 

นี่เองทำให้พี่ต้องคอยสอนน้องเรื่องการใช้ชีวิตในสังคมไทยที่ค่อนข้างมีรูป แบบเฉพาะ โดยเฉพาะการที่เธอเป็นที่รู้จักในสังคม น้องเดินไปไหนก็เหมือนมีเธอไปด้วย ดังนั้นการวางตัว การคบเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญ

เธอบอกว่าเนื่องจากในบ้านไม่ค่อยมีช่วงเวลา full  house เพราะพี่สาวคนโตอยู่อเมริกา น้องสาวก็บินไปเรียนต่อ จะมีเวลาพร้อมหน้าช่วงที่บินไปเยี่ยมกัน แต่ทุกครั้งที่เจอหน้าค่อนข้างเป็นครอบครัวขำๆ ตลกโปกฮากันไป โดยมีน้องสาวเป็นตัวกวนๆ ซึ่งเรียกเสียงฮาจากคุณแม่ได้อย่างดี แต่หากเมื่อไรทะเลาะกันก็จะมีคุณแม่คอยเป็นคนห้ามทัพ

สิ่งสำคัญประจำใจที่คุณพ่อปลูกฝัง 3 พี่น้องมาเสมอตั้งแต่เด็ก ทุกคนจำได้ดีแม้คุณพ่อจะจากไปแล้ว

“พี่น้องต้องรักกัน โตขึ้นต่างคนก็ต่างจะแยกย้ายกันไป แต่อย่าลืมว่าเรายังเป็นพี่น้องกัน เพราะฉะนั้นต้องรักและช่วยเหลือกัน นึกถึงกัน” น้องแอมเสริมขึ้นว่า “ถึงจะทะเลาะกันยังไง สุดท้ายก็คือพี่เรา เขาก็คือคนที่หวังดีกับเราเสมอ ถึงแม้ว่าเขาจะพูดอะไรที่เรา
ไม่ชอบ” … “ถูก...” เสียงพี่สาวลากยาว 

การที่มีน้องสาวคนเล็กอายุห่างจากพี่ๆ เกือบ 10 ปี ทำให้ทุกคนคอยเอาใจใส่ดูแลน้องเป็นอย่างดีในทุกเรื่อง จนมีเพื่อนเคยแซวว่า
“น้องหรือลูก” คุณเอิ๊กบอกว่า “จริงๆ เขาก็โตจะ 30 แล้ว แต่เรายังเห็นเหมือนเขาเด็กตลอด
ขนาดแค่มีน้องคนเดียวทำให้เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่เลย” 

ขึ้นชื่อว่าพี่น้องก็คือคนในครอบครัวที่อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน บางครั้งอาจพูดถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง
แต่สุดท้ายเชื่อว่าเขาก็คือคนที่หวังดีที่สุดเสมอ
Untitled Document

หากท่าน Login จะมีไอคอนแสดงอารมณ์มากกว่านี้
There will be more emoticons once you
login.

Name:
E-Mail:
Comment:

รูปแบบตัวอักษร (Font)

 
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ Please verify security code in the box
Security Code Security Image
 

คลิกปุ่ม SEND เพื่อส่งข้อความ
Click here to send your message

 
กติกาในการแสดงความคิดเห็น
1. งดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะ สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ อาทิ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพ วิดีโอหรือข้อความที่ลบหลู่ ดูหมิ่นศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดๆก็ตาม
3. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความอันส่อไปในทางลามก อนาจาร หยาบคายหรือรุนแรง
4. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่เป็นการนินทา ใส่ร้าย วิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นหรือต้องการยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเกลียดชังบุคคล ในภาพเป็นอันขาด
5. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่เป็นการท้าทาย ชักชวน หรือเจตนาที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่สังคม
6. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความพาดพิง อันจะทำให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
7. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
8. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
Page 1 of 1  1
Comment: 1 (แจ้งลบ) Report of inappropriate message
ชอบพี่เอิ๊กกะพี่แอมมากเลยค่ะ ดูเน็คสเตชั่นทุกเช้าเลย

chutima (61.19.98.xx) | 30/07/2553 12:01:18
 
Page 1 of 1  1
พิมดาว-แพรดาว พานิชสมัย
พี่น้องคู่นี้ไม่มีความลับ...มีแต่ความรัก
"โขน" นางลอย
ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
รักแห่ง (โรงหนัง) “สยาม”
“เหมือนเห็นลูกที่เกิดและตาย...เราน่าจะตายไปก่อนเขา” นันทา ตันสัจจา