Username Password   Search    
Register Forget Password        

People Rss

Thai Scoops International Scoops Positive Thinking
 

 
กระชากฝันโค้งสุดท้าย
ชีกโมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักห์ทูม
ประกาศภาวะถดถอยเลื่อนชำระหนี้ 59,000 ล้านดอลลาร์!!!
 

ให้วิตกอกสั่นอยู่ไม่น้อย ที่ได้ข่าวว่าชาติร่ำรวยอย่างรัฐดูไบทนเจ็บเก็บกดต่อไปอีกไม่ไหวกับภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญอยู่ ยอมออกมาประกาศแล้วว่ากำลังมีปัญหาภาระหนี้สินที่หยิบยืมแหล่งเงินทุนต่างชาติมาสร้างบ้านแปงเมือง

ที่ตกใจเพราะดูไบนั้นเป็น 1 ใน 7 สมาชิกชาติอาหรับภายใต้ชื่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศทรงอิทธิพลรายหนึ่งของโอเปก-กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันโลก ซึ่งพูดถึงเมื่อใดก็มีแต่ภาพเศรษฐีน้ำมัน ที่มีกินมีใช้ฟุ่มเฟือย ไม่มีอะไรทำก็สร้างโน่นนี่ด้วยทองคำบ้าง ของธรรมดาๆ ก็ประดับเพชรพลอยให้แพรวพรายล้ำค่า

หลังๆ มานี้บรรดาชีคเบื่อต่อการเข้าไปกว้านซื้อหุ้นจนได้เป็นเจ้าของห้างร้านสรรพกิจการต่าง ๆทั่วโลกจนสาแก่ใจ ไม่เว้นแม้แต่สโมสรฟุตบอล ก็พากันหันไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาเล่นมากขึ้นอย่างเมกกะโปรเจกต์สร้างเมืองย่อมๆ บ้าง ใหญ่ๆ บ้าง เพื่อสนุกกับความฝันที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดสิ่งก่อสร้างจากน้ำมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุด หรูที่สุด ไปจนถึงสูงที่สุดก็มี!

 

ที่ว่าไปนั้นในเขตการปกครองของนครรัฐดูไบมีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมแห่งความฝันนอนชมท้องทะเลพร้อมบริการมาตรฐาน 7 ดาว ถมทะเลสร้างเกาะรูปต้นปาล์ม เกาะรูปแผนที่โลก จนถึงตึกสูงที่สุดในขณะนี้ เบิร์จดูไบ (The Burj Dubai) ที่่ตัวอาคาร รวมถึงการตกแต่งภายนอกสำเร็จเรียบร้อยแล้วที่ความสูง 818 เมตร (2,684 ฟุต) เป็นดาวเด่นดวงใหม่ที่เจ้าผู้ครองนครดูไบหมายมั่นปั้นให้ส่องประกายสาดแสงไปทั่วโลก เช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ ก่อนหน้านี้ อาทิ อาคารรูปเรือใบอาหรับหน้าเวิ้งอ่าวดูไบ เบิร์จอัล- อาหรับ สัญลักษณ์ ใหม่ อีกชิ้นหนึ่งของดูไบ

เบิร์จดูไบตั้งอยู่ในส่วนของเมืองใหม่หรือดาวน์ทาวน์ มีความเป็นมาจากโปรเจ็คต์เมืองจิ๋วขนาด 2 ตารางกิโลเมตร แต่ด้วยความตั้งใจที่จะให้เป็นศูนย์กลางความสนใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและแหล่งธุรกิจ ทางการดูไบจึงทุ่มทุนให้กับการนี้มากถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามแนวคิดของสุลต่าน อะห์เหม็ด บิน สุลาเย็ม ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ดูไบ เวิลด์ คาดหมายว่าจะต้องติดตาและโด่งดังเป็นแลนด์มาร์กของเมืองหลวงแห่งใหม่จัดเป็นระดับไฮเอ็นด์ เป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน สถานที่พักผ่อน และแหล่งบันเทิง ไม่แพ้ผลงานก่อนหน้านี้ของสุลต่านบินสุลาเย็มอย่างเดอะปาล์มจูไมราห์ (The Palm Jumeirah) และเดอะเวิลด์ (The World) โครงการถมทะเลสร้างเกาะเพื่อทำเป็นรีสอร์ท 7 ดาว ที่บางคนยกให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลกเลยทีเดียว

 
เบิร์จดูไบสร้างขึ้นด้วยเงินทุนถึง 4.1 พันล้านดอลลาร์ และได้รับเลือกให้เป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes และ National Geographic ด้วยความสูง 818 เมตร (2,684 ฟุต) ทำลายสถิติตึก Taipei 101 ของไต้หวันที่สูง 509 เมตร(1,671ฟุต) ไปแบบขาดลอย นอกจากนี้เบิร์จดูไบยังได้ตำแหน่งอาคารที่มีจำนวนชั้นมากที่สุดในโลก ถึง 160 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 334,000 ตารางเมตร(คาดการณ์ว่าราคาขายตกอยู่ที่ 43,000 ดอลลาร์/ตารางเมตร) และรองรับการใช้สอยของคนได้ถึง 35,000 คน
 
 

"เบิร์จ" ออกแบบโดยสถาปนิกชาวชิคาโก เอเดรียน สมิธ เริ่มก่อสร้างเมื่อ 21 กันยายน 2004 ใช้แรงงานจากอินเดียกว่า 3,000 คนในการก่อสร้าง ใช้คอนกรีตมากถึง 500,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากพอที่จะฉาบ¼ของพื้นผิวโลกได้ มีการติดตั้งลิฟท์ถึง 58 ตัว แต่ละตัวจุคนได้ถึง 42 คน และวิ่งด้วยความเร็ว18 เมตร/วินาที...ทั้งหมดที่ว่ามานี้ถูกบันทึกเป็นสถิติโลกทั้งสิ้น

ในส่วนของการออกแบบ เบิร์จดูไบผสมผสานขึ้นจากรูปแบบสถาปัตยกรรมอิสลามกับจุดเด่นของสถานที่สำคัญหลายแห่งทั่วโลก เช่น สวนของพระราชวังอัลฮัมบราในประเทศสเปน อ่าวอเล็กซานเดรียซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอียิปต์ ถนนในเมืองแทนเจียร์ ประเทศโมร็อกโก และสะพานอิสฟาฮาน(Isfahan)ในประเทศอิหร่าน

ที่ชั้น 1-37 ซึ่งก็คือสัดส่วน 1 ใน 4 ของทั้งตึกได้ถูกเนรมิตให้เป็นโรงแรม Armani โดยเจ้าสำนึก จอร์โจ อาร์มานี ลงมือตกแต่งเอง พอขึ้นไปถึงชั้นที่ 45-108 จะเป็นส่วนของที่พักอาศัย ซึ่งมีจำนวนมากถึง 700 ยูนิต แว่วว่าเป็นอะไรที่โดนใจเศรษฐีตัวจริงมากๆ เพราะถึงกับถูกเหมาไป 1 ชั้นเต็มๆ ที่ชั้น 64 หลังจากเปิดขายไปแค่ 8 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนชั้นที่ 78 จะเป็นพื้นที่ของนันทนาการ อาทิ สระว่ายน้ำ ลานกีฬาขนาดยักษ์ และที่เหลือตั้งแต่ชั้นที่ 109 ขึ้นไปจะเป็นสำนักงานของบริษัทต่างๆ แล้วก็สงวนชั้นที่ 123 กับ 124 ไว้เป็นจุดชมวิวดูพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ที่การันตีว่าจะเป็นการชมวิวที่สวยที่สุดบนความสูง440 เมตร

 

ความดีเด่นของเบิร์จไม่ได้มีเพียงสิ่งที่ตาเห็นได้เท่านั้น หากความรู้สึกร้อนหนาวของคุณก็จะได้รับการใส่ใจเป็นอย่างดีบนเบิร์จ เนื่องจากตัวตึกที่พุ่งเสียดขึ้นไปในอากาศสูงขนาดนี้ย่อมจะสร้างปฏิกริยาต่อระบบในร่างกายมนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเรา จากค่าความกดอากาศและอุณหภูมิที่ต่ำกว่าบนผิวโลกถึง 10 องศา ซึ่งเบิร์จก็ได้คำนวณชดเชยทุกอย่างเอาไว้แล้วอย่างรัดกุมเพื่อให้การหมุนเวียนอากาศและอุณหภูมิปลอดภัยต่อร่างกายเราอย่างเป็นปกติ

นอกจากตึกเบิร์จดูไบแล้ว โครงการ Downtown Burj Dubai ยังรายรอบไปด้วยตึกสูงต่ำอีกกว่า 40 ตึก ตั้งแต่ 20 ชั้น ไปจนถึง 90 ชั้น เมื่อแล้วเสร็จจะกลายมาเป็นที่อยู่อาศัยของคนกว่า 55,000 คน และสร้างงานให้คนอีกกว่า 45,000 คน โครงการนี้จะมีตึกสูงซึ่งถือเป็นไฮไลท์ทั้งหมด 7 อาคาร เมื่อนำความสูงมารวมกันจะมีความสูงพอๆกับยอดเขาเอเวอเรสต์เลยทีเดียว

ว่ากันว่าไม่เพียงแต่ในดูไบ หากแต่ทั้งประเทศ -สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะมีโครงการก่อสร้างต่างๆ รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 300 โครงการ ที่สะพัดเงินลงทุนเข้าไปหมุนอยู่ประมาณ 300 พันล้านดอลลาร์ แต่ละโครงการล้วนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งในการดำเนินไป นานบ้างเร็วบ้างจนกว่าจะแล้วเสร็จ เช่นเดียวกับเงินลงทุนที่ก็มากบ้างน้อยบ้างตามแต่วัตถุประสงค์และปัญหาที่เข้าไปกระทบ

การที่หวย(พิษ)เศรษฐกิจไปออกที่ดูไบงวดนี้ ช่วยให้เราเห็นโลกได้อีกแง่หนึ่งว่าสัจธรรมนั้นช่างจริงแท้ ไม่มีใครไม่เจอปัญหา ไม่มีอะไรเที่ยงแท้เช่นนั้นตลอดกาล แม้เมืองเศรษฐีมีทองคำเหลวสีดำอัดแน่นอยู่ใต้ผืนทราย ให้ขุดไปขายเมื่อไหร่ก็ได้เงินอย่างดูไบ ยังต้องเจอปัญหาหนี้สินการเงิน ไม่รอดพ้นไปจากวัฏจักรเศรษฐกิจ (Economic Cycles) ได้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศร่ำรวยแค่ไหน ที่สุดแล้วก็ต้องพบกับการหมุนเวียนของภาวะเศรษฐกิจในช่วงเวลาต่างๆ ทั้งขึ้นและลงสลับกันไป ทั้งช่วงขยายตัว(Expansion) ช่วงจุดสูงสุด(Peak) ช่วงหดตัวหรือถดถอย(Recession) และช่วงจุดต่ำสุด(Trough)

 

ตอนนี้ตัวตึกของเบิร์จดูไบนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จริง หาแต่การตกแต่งภายในยังไม่สมบูรณ์ จากที่กำหนดการเปิดตึกในวันที่ 2 ธันวาคม 2009 จึงเลื่อนไปเป็น 4 มกราคม 2010 ก่อนที่ โดย ชีคมูฮัมหมัด บิน ราชีด อัล-มัคทูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ เป็นผู้ออกแถลงข่าวเองอย่างกล้าหาญว่ากำหนดชำระเงินทุนกู้ยืมในรูป ตราสารหนี้จำนวน 3,500 ล้านดอลลาร์ก็จะต้องถูกเลื่อนออกไปด้วย จากกำหนดเดิมจะเป็นในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเป็น พฤษภาคมปีหน้า

ถือเป็นข่าวช็อกโลกในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีอย่างน่าตกใจ ว่าไม่เว้นแม้ดูไบเศรษฐีน้ำมัน...อย่างว่า ซึ่งอาจจะน่าตกใจยิ่งกว่านี้หากหยิบยกเหตุผลในการสร้างเมืองใหม่ของดูไบขึ้นมาพิจารณาด้วย ว่า โครงการทั้งหมดนี้เป็นวิสัยทัศน์ที่ชีคมูฮัมหมัดฯ อัลมัคทูม ทรงคิดถึงวันที่ดูไบไม่มีน้ำมันจะขุดขึ้นมาขายแล้ว เมืองนี้จะเลี้ยงผู้คนและตัวเองอย่างไร นอกจากจะเป็นแหล่งเศรษฐกิจ ความบันเทิง ความทันสมัย ความตื่นตาที่ทุกคนต้องไปสัมผัส พระองค์จึงทรงผลักดันโครงการต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อให้ทันรับมือความเปลี่ยนแปลงนั้น

มูลค่ารวมหนี้ของกลุ่มบริษัทดูไบเวิลด์ (รัฐบาลดูไบเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่) ยังจะต้องชำระอีก 2 งวด ตามกำหนดเดิม13,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2010 และอีก 19,500 ล้านดอลลาร์ ในปี 2011 รวมเป็นทั้งหมด 59,000 ล้านดอลลาร์

จากบทบาทหน้าตาที่ดูไบเคยเป็นเมืองแห่งสภาพคล่อง หรือจะว่าความเฟื่องฟูทางการเงินโลก ประกาศเลื่อนชำระหนี้ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนในตะวันออกกลางและยุโรปเป็นอย่างมาก

ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ทางรัฐบาลดูไบก็มิได้นิ่งเฉยนอนใจ รับผิดชอบแก้ไขอย่างเต็มกำลัง ในขั้นแรกได้ว่าจ้างบริษัทดีลอยต์ (Deloit) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบบัญชีระดับโลก ให้มาเป็นที่ปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างการเงินของบริษัทเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย นอกจากนี้ยังมีการระดมทุนโดยการจัดทำพันธบัตรจากกระทรวงการคลังซึ่งมีมูลค่าถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ ที่ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ สั่งจองเพื่อสร้างความมั่นใจ (ระดับหนึ่ง) แก่นักลงทุนไปถึงครึ่งหนึ่งแล้ว

แม้หลายสำนักจะออกมาประกาศลดความน่าเชื่อถือของดูไบลง แต่อานิสงส์ของชื่อเสียงดีๆ ที่สร้างไว้ ทำให้ดูไบรอดพ้นจากการเป็นหมาหัวเน่าที่ใครก็สะบัดหน้าหนี งวดนี้คนมีตังค์ชื่อดังที่มีเซนส์ทางการลงทุนหลายคนเปิดตัวออกมาควักกระเป๋าอุดหนุนโครงการนั้นนี้ของดูไบกันใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยในเมืองใหม่ของดูไบ อาทิ เดวิด เบคแคม แบรด พิตต์ แคเธอรีน ซีตา-โจนส์ กับสามี ไมเคิล ดักลาส และนักฟุตบอลอังกฤษอีกหลายคนทั้งไมเคิล โอเวน โจ โคล แอนดี้ โคล เดวิด เจมส์ และคีรอน ดายเออร์ ดูรายนามแล้ว ใครที่ปลื้มๆ กันอยู่ โปรดติดต่อนายหน้าด่วน เผื่อยูนิตใกล้ๆ บุคคลต่อไปนี้ยังหลงเหลือเป็นสะพานให้พวกคุณได้เป็นเพื่อนบ้านกัน

ไม่ว่าจะอยากได้ เพื่อนบ้านคนดังระดับนี้ หรืออสังหาฯ เริดๆ ในความครอบครอง ควรรีบไปจับจองด่วน เพราะเดี๋ยวรัฐบาลดูไบรักษาคำพูด แก้ปัญหาเสร็จไว จบได้ใน 4 ปี อย่างที่ออกมาสัญญา อดช้อนซื้อของดีจะหาว่า WhO?ไม่เตือนไม่ได้นา!

 
Untitled Document

หากท่าน Login จะมีไอคอนแสดงอารมณ์มากกว่านี้
There will be more emoticons once you
login.

Name:
E-Mail:
Comment:

รูปแบบตัวอักษร (Font)

 
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ Please verify security code in the box
Security Code Security Image
 

คลิกปุ่ม SEND เพื่อส่งข้อความ
Click here to send your message

 
กติกาในการแสดงความคิดเห็น
1. งดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะ สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ อาทิ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพ วิดีโอหรือข้อความที่ลบหลู่ ดูหมิ่นศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดๆก็ตาม
3. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความอันส่อไปในทางลามก อนาจาร หยาบคายหรือรุนแรง
4. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่เป็นการนินทา ใส่ร้าย วิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นหรือต้องการยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเกลียดชังบุคคล ในภาพเป็นอันขาด
5. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่เป็นการท้าทาย ชักชวน หรือเจตนาที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่สังคม
6. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความพาดพิง อันจะทำให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
7. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
8. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
ดังจนเบื่อ เลยชอบใช้ชีวิตแบบซุ่มๆ
ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
ลินด์ซีย์ โลฮาน
เบี้ยวศาลจนเจอดี ต้องโทษ 90 วัน
อลังการงานแต่ง 160 ล้าน
เชลซี คลินตัน หรู! ราววิวาห์ราชวงศ์แห่งอเมริกัน!