Username Password   Search    
Register Forget Password        

@LeisureRss

Celebs' Hobbies @Home Celeb's Collections
 

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ
เกาเหลาเพื่อนซี้ แจกเพชรฟรีดารา
ชีวิตจริง…แรง!! ยิ่งกว่านิยาย


จากชีวิตติดลบของเด็กชายเชื้อสายจีน ผู้มาจากครอบครัวยากจน
เรียนจบแค่ชั้นประถม 7 ทว่าวันนี้ชีวิตของเขาทะยานขึ้นสูงจนกลาย
เป็นเจ้าของร้านเพชรพันล้าน หนทางที่เดินมาไกลเกินฝัน เขาเป็นใคร
รวยมาจากไหน จริงหรือแจกเพชรให้ดาราหนุ่มเป็นว่าเล่น แต่ละเรื่องล้วนมีที่มา


ดาวรุ่งพุ่งแรงในแวดวงเจ้าของร้านเครื่องประดับเพชรและอัญมณี ในช่วงเกือบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา คงไม่พลาดต้องมีชื่อ
ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ นักธุรกิจหนุ่มมาดนิ่มที่หลงใหลในแสงระยิบระยับของเพชรนิลจินดา และแจ้งเกิดด้วยการสร้างสีสันเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในทุกครั้งของการจัดงานเปิดตัวเครื่องประดับเพชร ภายใต้เครือเจมส์ พีซ กรุ๊ป ใน 3 แบรนด์ “เจมส์ พีซ บาย ชูชัย”
(Gem Peace by Chuchai) “ชูชัย เจมส์ พีซ” (Chuchai Gem Peace) และ “ซีทู บาย ชูชัย” (C2 by Chuchai)


WhO? ชวนคุณมาทำความรู้จักตัวตนของนักธุรกิจเพชรมากกว่าที่เคยได้เห็น ภายในคฤหาสน์หลังงามย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา มูลค่า 200 ล้าน ที่เคยเรียกเสียงฮือฮาเป็นข่าวดังเมื่อคราวเปิดบ้านจัดงาน แฟชั่นโชว์เพชรเมื่อ 3 ปีก่อน นอกจากนี้ยังตามไปเยี่ยมเยือนหนึ่งในอาณาจักรเจมส์ พีซ กรุ๊ป ณ ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ จบ ป.7 สู่เส้นทางพ่อค้าเพชรพันล้าน

ทันทีที่ได้พบหน้าค่าตากัน คุณชูชัยยิ้มทักทายทีมงานด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดีเช่นเคย พร้อมให้เดินสำรวจมุมต่างๆ ภายในบ้านที่กว้างใหญ่ราวคฤหาสน์ บนเนื้อที่ 500 ตร.ว. ซึ่งแต่ละห้องนอกจากจะตกแต่งไว้อย่างเลิศหรูแล้ว ยังล้วนมีชื่อเรียกขานเฉพาะตัวสุดเก๋ตาม
คอนเซปต์การตกแต่ง และบ่งบอกถึงลักษณะการใช้งาน

หลังจากเสร็จสิ้นการเป็นนายแบบจำเป็นให้ทีมงานได้บันทึกภาพตามมุมสุดโปรดต่างๆ ภายในบ้านเรียบร้อยแล้ว คุณชูชัยจึงทรุดตัวลงบนเดย์เบด ย้อนอดีตในวัยเด็ก กระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของร้านเพชรอย่างเต็มภาคภูมิภายในห้อง Le petty Verssille ห้องรับแขกที่อร่ามไปด้วยเฟอร์นิเจอร์สีทองสะท้อนความงดงามในศิลปะการตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศส


คุณชูชัยฉายเรื่องราวในอดีต ที่ยังแจ่มชัดในความทรงจำเสมอ ซ้ำยังเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างอนาคตมาจนถึงปัจจุบัน “ครอบครัวยากจน น่าจะเรียกว่าติดลบ อยู่ในสังคมที่มีแต่ปัญหาเรื่องเงิน สมัยเป็นเด็กๆ ก็จะเห็นพ่อแม่เถียงกันแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นหนี้ เงินไม่พอใช้ แล้วพี่น้องก็เยอะมีกันอยู่ 20 คน เพราะพ่อมีภรรยา 2 คน เราก็จะได้ยินแต่เรื่องพวกนี้ รู้สึกว่าทุกข์จัง ตั้งใจว่าโตขึ้นเราจะต้องทำอะไรที่ไม่ต้องเจอปัญหาแบบนี้ เพราะรู้สึกว่าชีวิตวุ่นวายเป็นทุกข์กับปัญหาเรื่องปากท้อง” น้ำเสียงนิ่งเรียบชวนละเหี่ยใจเมื่อนึกถึงสภาพความเป็นอยู่อันแสนอัตคัดใน อดีต

ทุกวันหลังเลิกเรียน เด็กชายชูชัยต้องรีบทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่อยู่โรงเรียน เพื่อที่กลับถึงบ้านจะได้มีเวลาช่วยพี่สาวขัดแหวน (ภาษาทางช่างทำจิวเวลรีเรียกว่า ขัดดิน) ซึ่งเป็นรายได้หลักของบ้าน โดยรับแหวนมาจากร้านของญาติที่อยู่ตรอกหัวเพชร ย่านพาหุรัด

“ช่างขัดแหวน หรือ ขัดดิน เป็นงานที่มือไม้จะต้องดำสกปรกมาก เพราะเวลาขัดแหวนจะต้องใช้น้ำยา มือถลอกปอกเปิกหมดเลย เล็บ มือ จะไม่สวย เวลาขัดแหวนก็จะมีฝุ่นเยอะมาก เราก็สูดเข้าไปจนคนในครอบครัวต้องกลายเป็นโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากอาชีพนี้ด้วย ” เล่าพลางยกสองมือขาวเนียนพร้อมแหวนเพชรขนาดย่อมประดับนิ้วที่่เคยผ่านการ ทำงานหนักมาอย่างโชกโชน


นอกจากขัดแหวนแล้ว อีกงานหลักของเขาคือ วาดภาพแหวนของแต่ละร้าน เพื่อป้องกันการสับเปลี่ยนแหวนของแต่ละร้านเวลาส่งของกลับคืน “ว่าไปแล้วการทำงานตรงนี้ก็ทำให้ได้เห็นการดีไซน์ ได้ฝึกฝนทักษะ แต่จริงๆ ไม่ได้เป็นคนวาดสวยหรอก แต่จะได้ไอเดียมาประยุกต์ เพราะเราคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก” เจ้าของร้านเพชรคนดังเอ่ยถึงอดีตที่บ่มเพาะทักษะให้เขามาจนทุกวันนี้


ช่วยกันทำมาหากิน กระทั่งพี่สาวมีเงินเก็บจำนวนหนึ่งจึงไปเซ้งร้านที่ชั้นใต้ดินศูนย์การค้า อินทรา ย่านประตูน้ำ เปิดเป็นร้านขายของที่ระลึก (ตุ๊กตา ผ้าไหม ปลอกหมอน โปสต์การ์ด ของตั้งโชว์ต่างๆ ทำจากทองเหลือง เงิน) โดยมีชาวต่างชาติเป็นลูกค้าหลัก ซึ่งเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้เขาต้องยุติการเรียนเพียงชั้น ป.7 ก้าวข้ามจากเด็กชายขี้อายกลายเป็นพ่อค้าตัวน้อยในวัยสิบกว่าขวบ หลังรับไม้ต่อต้องเข้ามาดูแลกิจการแทนพี่ชายที่สอบเอนทรานช์เข้ามหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งได้ตามที่หวังไว้

ความเป็นคนหัวไว เรียนรู้ได้เร็ว พร้อมทั้งเห็นช่องทางทำมาหากินที่มีรายได้มากกว่าการขายของที่ระลึก ซึ่งมีรายได้เข้าร้านเพียงวันละไม่กี่พันบาท จึงเริ่มรับแหวนจากร้านของญาติมาลองวางขายควบคู่ไปในร้าน ปรากฏว่าจากที่กังวลว่าจะขายไม่ได้ แต่ด้วยชีวิตเดินมาถูกทาง กิจการจึงดำเนินไปได้ดีเกินคาด จนขยายร้านใหญ่โต

ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี ธุรกิจขายเครื่องประดับและอัญมณี นอกจากจะสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำแล้ว ยังให้ความรู้ความเชี่ยวชาญโดยที่ไม่ต้องไปร่ำเรียนในสถาบันด้านอัญมณีต่างๆ มีแต่ประสบการณ์ล้ำค่าซึ่งล้วนได้มาจากลูกค้าและพ่อค้าเพชรพลอยทั้งหลายที่ เป็นเสมือนครูสอนวิชาให้เขา


ที่สุดจากร้าน จิวเวลรีชั้นใต้ดินศูนย์การค้าอินทรา พี่สาวของคุณชูชัยจึงขยายธุรกิจเปิดเคาน์เตอร์ร้านจิวเวลรียึดหัวหาดห้าง เดอะมอลล์ทั้ง 5 สาขา ภายใต้ชื่อ F.F. Jewelry ซึ่งคุณชูชัยเป็นคนตั้งชื่อโดยย่อมาจาก Family Factory ที่ลูกค้าพอได้ยินก็รู้สึกประทับใจในความเป็นคนรักครอบครัวของชายหนุ่มวัย ยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ


สีหน้าภาคภูมิใจปรากฏชัด เมื่อเขาเล่าถึงเส้นทางชีวิตที่แม้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าขวากหนามทั้งหลายกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ ไว้ให้จงได้ หลังจากร้านจิวเวลรีทั้ง 5 แห่ง (ปัจจุบันปิดกิจการแล้ว) ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวไปได้สวย จึงขออนุญาตพี่สาวมาสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองในปี 2538 โดยแบ่งมุมส่วนหนึ่งภายในร้านเสื้อผ้าของพี่สาว ที่ชั้นใต้ดินศูนย์การค้าอินทรา แต่งเป็นร้านจิวเวลรีของเขาเองให้ชื่อว่า เจมส์ พีซ บาย ชูชัย

สมัยก่อนต้องหิ้ว กระเป๋า เดินขายตามบ้านเศรษฐี ด้วยบุคลิกนอบน้อม เป็นกันเอง จริงใจ และตอบได้ทุกข้อสงสัยของลูกค้า ข้อสำคัญมองปราดเดียวก็รู้ว่าลูกค้าแต่ละคนเหมาะกับเครื่องเพชรแบบไหน ทำให้เป็นที่รู้จักปากต่อปาก กระทั่งในปี 2540 ยุคฟองสบู่แตก ถึงเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาลงขนาดไหน แต่เขากลับขยับขยายเปิดเป็นเคาน์เตอร์จิวเวลรีในห้าง ดิ เอ็มโพเรียม ที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ

เจ้าตัวคุยว่า ขายดีชนิดลูกค้ายืนออเต็มหน้าเคาน์เตอร์ จนต้องเปิดร้านสาขาแรกที่เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเซ็นทรัลเวิลด์) ซึ่งในสมัยนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นห้างปราบเซียนที่เจ้าของกิจการต้องพับเสื่อ หนีไปหลายราย

“คนสบประมาทมาก เพราะห้างเริ่มซึมๆ คนไม่ชอบไปเดินกัน เซ้งห้องราคา 5 ล้านกว่า เป็นเวลา 5 ปี อยู่บริเวณลานอีเวนต์ ใครๆ ก็ทักว่าจะขายได้เหรอ เจ๊งมาสองเจ้าแล้ว เรามาเซ้งต่อเป็นเจ้าที่สาม แต่มั่นใจว่าต้องขายได้ ขนาดร้านเดิมอยู่ชั้นใต้ดินอินทรา คนเดินน้อยยังขายได้เลย นี่เราอยู่บนบก (หัวเราะ) ลองดู ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนทำมากกว่า” เขาเล่าถึงคอนเซปต์ของร้านในอดีตที่แม้จะปิดกิจการไปแล้ว หากกลายเป็นต้นแบบการตกแต่งร้านในปัจจุบันของเขา

ที่สุดแล้วร้านเจมส์ พีซ บาย ชูชัย ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบเครื่องเพชรชิ้นใหญ่สุดอลังการ รวมทั้งดีไซน์การตกแต่งร้านให้มีลักษณะผสมผสานระหว่างร้านและเคาน์เตอร์ ในบรรยากาศเสมือนอยู่บ้าน มากกว่าร้านเพชร ทั้งยังสะดุดตาด้วยบรรดาของเก่าที่เขาชอบสะสม ซึ่งนำมาตกแต่งร้าน ทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายยามเข้าเลือกชม ความแปลกแตกต่างกลับนำพาความสำเร็จทั้งยอดขายและชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักใน แวดวงคนรักเพชร
ในที่สุด



การสร้างแบรนด์เพื่อให้เป็น ที่รู้จักในวงกว้าง เป็นเป้าหมายต่อไปที่เขาฝันถึง จึงกระโจนเข้าสู่แวดวงไฮโซ โดยเริ่มเป็นที่รู้จักหลังจากเป็นผู้ชนะในการประมูลเสื้อสีม่วงของ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่ ด้วยมูลค่า 99,999 บาท ประมาณกลางปี 2548 ที่ทำให้ชื่อของเขาปรากฏในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และรายการโทรทัศน์ ชนิดที่หากตีเป็นมูลค่าสื่อคงร่วมหลายสิบล้าน ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ทำบุญด้วยใจจริงๆ ไม่ได้หวังเอาหน้าใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเงินที่ได้จากการประมูลก็นำไปช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา ซึ่งถ้าจะพูดไปตัวเองก็ด้อยโอกาสทางการศึกษาเช่นกัน”

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกงานสังคมคู่กับช่างผมระดับกรรไกรทอง สมศักดิ์ ชลาชล คนดังในแวดวงสังคม ยิ่งช่วยสร้างการจดจำชื่อในวงการไฮโซมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคราวจัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่นเพชรที่ใช้นายแบบนุ่งน้อย แต่ห่มเพชรแทนเสื้อผ้าจนดังเกรียวกราว เป็นข่าวในงานปาร์ตี้วันเกิดของช่างผมคนดังเมื่อหลายปีก่อน เรียกว่าแรงจนแจ้งเกิด กลายเป็นสีสันใหม่ๆ
ในวงการจิวเวลรีที่น่าจับตามอง  

หลังจาก นั้นการจัดงานเปิด ตัวเครื่องประดับเพชรคอลเลกชั่นต่างๆ ภายใต้แบรนด์ทั้งสามของเขาตกเป็นข่าวฮือฮาบนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง ทั้งเมื่อครั้งเปิดคฤหาสน์ 200 ล้าน ซึ่งมีไฮไลต์เด็ดที่ทุกคนตั้งตารอ ต่างตะลึงพรึงเพริดเมื่อเจ้าของบ้านโชว์คอลเลกชั่นเด็ด เครื่องประดับเพชรชุดศิวลึงค์ หรือปลัดขิกเพชร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นักธุรกิจเช่นเขานับถือบูชา รวมไปถึงกระจับฝังเพชร ที่ได้แรงบันดาลใจจากมวยไทย และ ตะปิ้งเพชร ซึ่งนิยมใส่ให้เด็กในสมัยโบราณ ที่ออกแบบมาให้ได้ตาค้างกันอีกรอบ



“ทั้งกระจับ และตะปิ้ง เป็นสิ่งที่ใช้จริงในยุคก่อน แต่ปัจจุบันไม่มีคนใส่แล้ว เรากลับมาหวนรำลึกถึง ส่วนปลัดขิกเป็นตัวแทนของพระศิวะ บูชาเพื่อนำโชค ให้มีสิ่งดีๆ เข้ามาหาตัวเรา ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องลามก แต่ต้องการให้มองเห็นว่า แม้แต่สิ่งที่ไม่มีใครคิดจะทำกัน
ชูชัยยังสามารถทำออกมาได้ อย่างอื่นก็เหมือนกับปอกกล้วยเข้าปาก ยังมีอะไรที่เราจะทำไม่ได้อีก” เจ้าของไอเดียแจงแจกถึงเครื่องเพชรที่เป็นข่าว ซึ่งแต่ละชิ้นมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

การเป็นคนดังในแวดวงไฮโซย่อมหนีไม่พ้นข่าวเมาท์เป็นธรรมดา ไม่ว่าจะขยับทำอะไร แต่ละครั้งเป็นต้องมีข่าวทำนองหยิกแกมหยอกให้แสบๆ คันๆ อยู่เสมอ ซึ่งล้วนเป็นข่าวในสไตล์รักต้องทุ่ม ถึงขนาดแจกเพชรไว้คล้องใจกันกับหนุ่มคนดังในวงการบันเทิง ทั้งแจกต่างหูให้นักข่าว หนุ่มแชมป์-พีรพล เอื้ออารียกูล เมื่อคราวมาเป็นนายแบบในงานเปิดบ้านเมื่อ 3 ปีก่อน ไปจนถึงดารารูปหล่อ
อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม ที่คุณชูชัยเห็นแววจะดังมาตั้งแต่ประกวดสตาร์ ชาลเลนจ์ ของช่อง 3 สนิทกันถึงขั้นเข้านอกออกในใช้ฟิตเนสที่บ้านเป็นประจำจนหุ่นฟิตเปรี๊ยะ และมีข่าวว่าซื้อเพชรเป็นของขวัญวันแม่ให้หนุ่มน้อยอีกต่างหาก

ล่าสุดกับพระเอกหนุ่ม โฬม-พัชฏะ นามปาน อีกหนุ่มในสต๊อกที่ได้รับเพชรเป็นของกำนัล หลังจากเคยพบกันในกองถ่ายละคร
หยกลายเมฆ ซึ่งมีเครื่องเพชรของคุณชูชัยเข้าฉากละคร ลือไม่เลิกจนส่งท้ายปลายปีที่แล้วคราวที่มาร่วมเดินแบบ
เปิดตัวมงกุฎเพชรกับ แอน ทองประสม

กระทั่งถูกจัดเป็นไฮโซบุญ ทุ่ม มีเครดิตพ่วงท้ายนามสกุลแบบนี้ เจ้าตัวจึงขอชี้แจงแบบหมดเปลือกด้วยท่าทีเหนื่อยหน่ายใจ “คำว่าบุญทุ่ม คนอย่างชูชัยไม่มี เพราะเงินเราหายากมาก ที่ข่าวออกมาว่าแจกเงินกี่ร้อยล้าน หรือแจกเพชร เป็นข่าวโคมลอยหมด ไม่เคยเอาเงินให้ใคร ต่างหูเพชรให้แชมป์เป็นของขวัญ คู่นั้นก็ไม่กี่ตังค์ แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่แชมป์ให้มากกว่าที่ให้แชมป์อีก
เป็นเรื่องของน้ำใจ ข่าวฮือฮากับแชมป์สมัยนั้น ถ้าตีเป็นมูลค่าสื่อก็หลายสิบล้านนะ


“หรือข่าวที่เอาเงินไปปรน เปรอให้ใครเป็นสิบล้าน อย่างดีชูชัยให้แค่หลักหมื่น จำเอาไว้เลย เงินเราหายาก ไม่มีทางที่จะเอาเงินไปปรนเปรอคนอื่นให้มารักเราเพราะเงินของเรา แล้วนั่นเรียกว่ารักเหรอ เรียกว่าหลง ฉะนั้นจึงไม่อยู่ในสมอง และมีสติตลอด”

ถามถึงมุมมองความรัก เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงวิธีคิดในเชิงธรรมะซึ่งเริ่มสนใจหันมาศึกษา กว่าปีครึ่งว่า “คนเราต้องมีความรัก เพราะเป็นเหมือนน้ำทิพย์มาจรุงจิต ถ้าไม่มีความรัก อยู่ไปก็เหมือนเดินอยู่บนหญ้าที่แห้งแล้ง ยืนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อับเฉา เพราะฉะนั้นต้องมอบความรักให้กับคนอื่นก่อน การเป็นผู้ให้ย่อมสง่างามกว่าการเป็นผู้รับเสมอ เช่น รักในพี่น้อง รักญาติมิตรสหาย แต่ถ้ารักในลักษณะของคนรัก ถ้ามีได้ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่เราก็ต้องมีสติว่า คนนั้นรักเราจริงหรือเปล่า รักแบบไหน รักชนิดที่มากอบโกย หรือรักในตัวตนของเรา


“ถ้ารักแล้วเรากุมบังเหียน ในกฎเกณฑ์ของความรักนั้นได้โดยที่เราก็ไม่ทุกข์ เขาก็ไม่ทุกข์ เขาบอกว่า อันใดเดือดร้อนเรา สบายเขา อย่าทำ อันใดสบายเรา เดือดร้อนเขา อย่าทำ อันใดเดือดร้อนเขา เดือดร้อนเรา อย่าทำ แต่อันใดสบายเรา สบายเขา จงพูด จงคิด และทำออกไปเถิด

“เราจะมีแฟนสักคนต้องนึก แล้ว เขามาสบาย แต่เราลำบากอย่าทำ เขามาหวังอะไร หรือเราจะพยายามหลอกล่อเอาคนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ แต่เขาไม่ได้รักเรา ก็คือลำบากเขา ก็อย่าทำ ถ้ามาอยู่ด้วยกันทั้งคู่ เขาก็ลำบากใจ เราก็ลำบากใจ จะไปมีแฟนทำไม แต่ถ้าอยู่แล้ว สบายเขา สบายเรา จงพูด จงคิด และทำเถอะ แต่จะเจอไหม อันนี้มันยากนะ”

ช่างเลือกแบบนี้ถามว่าได้พบคนรู้ใจหรือยัง “ก็ไม่รู้ ไม่บอก (ยิ้ม) แต่ทุกๆ คนที่เข้ามาเราต้อง nice กับทุกคน ใครไม่ nice มาก็ไม่เป็นไร อย่าไปคาดหวังคาดคิด แล้วอะไรดีๆ ที่จะเข้ามาก็คือเข้ามาเอง แต่ต้องมีสติและมีจิตวิเคราะห์ตลอดเวลา ก็ต้องรักแบบคนมีสติ ไม่ใช่รักแบบหลง” พลางหัวเราะทีท่าเขินอาย

ส่วนข่าวดังแล้วแยกวงเป็น เหตุให้เกาเหลากับช่างผมคนดังสุดซี้ คุณสมศักดิ์ ชลาชล เจ้าของร้านเพชร ที่วันนี้ชื่อดังไม่แพ้กันแจกแจงชัดเจน “เป็นการเต้าข่าวให้เกิดการชิงดีชิงเด่น ถ้าเรามัวไปสนใจก็ทุกข์ มีความรู้สึกว่าห่างๆ กันก็ดี แต่ความสัมพันธ์ทางใจยังดีกันอยู่ เจอกันก็ยังยกมือไหว้ ไม่ใช่ทำเชิดหน้าใส่กัน ทำเป็นอิจฉา หรือเกลียดเขา ไม่ใช่เราอยู่แล้ว

“พักหลังพี่เขาก็ไม่ค่อยว่าง การที่มีข่าวออกมาว่าเกาเหลากัน ก็เหมือนเป็นการจับชน เป็นการเขียนตีข่าวเปรียบเทียบ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งที่ไปกระตุ้นให้มันแรงขึ้น ห่างๆ กันไปสักระยะหนึ่ง แต่เราสองคนรู้ว่าเราทำอะไร ตอนนี้พี่สมศักดิ์ก็เรียนปริญญาเอก ส่วนตัวเองก็หันมาปฏิบัติธรรมมากขึ้น และออกงานน้อยลง นานๆ ทีค่อยออกงานให้คนคิดถึงและคอยลุ้นว่าชูชัยจะมีหมัดเด็ดอะไรออกมาโชว์ดีกว่า”

เจ้าตัวยอมรับว่าไม่ใช่คนอ่อนต่อโลก แต่อ่อนต่อสื่อ ทำให้สมัยที่เข้าสังคมใหม่ๆ ภาพลักษณ์จึงออกมาแรง เพราะรู้ว่าทำแบบนี้สื่อชอบ และเป็นข่าวช่วยสร้างกระแสให้แบรนด์ติดตลาดเป็นที่รู้จักรวดเร็วยิ่งขึ้น หากแต่นั่นไม่ใช่ตัวตนอันแท้จริงของเขาที่ชอบเก็บตัว และเป็นคนติดดินกินข้าวแกง แถมยังไม่ยึดติดกับวัตถุนิยมใดๆ

“ชีวิตเหมือนละคร อยู่ที่บทไหนที่เราได้เล่น เราจะทำยังไงให้หนังเรื่องนี้ดัง เป็นที่รู้จักของคน ก็เหมือนเล่นยังไงให้ได้ตุ๊กตาทอง”
เจ้าของแบรนด์เพชรพันล้านบอกนิยามในการสร้างแบรนด์ของเขาที่ไม่แพ้นักการตลาดฝีมือดี
แตกต่างกันที่ทฤษฎีมาจากประสบการณ์ ไม่ใช่ตำราเรียน

Untitled Document
Share on Facebook

กติกาในการแสดงความคิดเห็น
1. งดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะ สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ อาทิ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพ วิดีโอหรือข้อความที่ลบหลู่ ดูหมิ่นศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดๆก็ตาม
3. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความอันส่อไปในทางลามก อนาจาร หยาบคายหรือรุนแรง
4. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่เป็นการนินทา ใส่ร้าย วิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นหรือต้องการยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเกลียดชังบุคคล ในภาพเป็นอันขาด
5. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่เป็นการท้าทาย ชักชวน หรือเจตนาที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่สังคม
6. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความพาดพิง อันจะทำให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
7. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
8. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
ทัศนา กัญจนาภรณ์
เปิดบ้านเรียบหรูอยู่สบายย่านชานเมือง
คฤหาสน์จีนกว่า 100 ปี
ศูนย์รวมจิตใจของตระกูล “หวั่งหลี”
บ้านน้อยคอยรัก
พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพ็ชร