|
ชายวัยอาวุโสสวมเสื้อลายสกอตกับกางเกงยีนส์คู่ใจ ส่งยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถ่ายทอดเรื่องราวของอาวุธปืนที่มีไว้ในครอบครองว่า สมัยเดินทางไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา มีอยู่ช่วงหนึ่งต้องเดินทางไกลข้ามเขตรัฐต่อรัฐ แล้วสภาพแวดล้อมค่อนข้างอันตราย ทั้งจากโจรผู้ร้ายและจากสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะการไปแคมปิ้งตามป่า ก็ต้องคอยระวังสัตว์ร้าย นั่นจึงเป็นที่มาของการสะสมปืนเพื่อให้เหมาะสมกับความเป็นคาวบอย ซึ่งเป็นความประทับใจจากการดูหนังคาวบอยนั่นเอง
“ผมฝันอยากเป็นคาวบอยมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะชอบดูหนังคาวบอย เห็นเขาพกปืนแล้วอยาก พกบ้าง มันเท่มาก จริงๆ ผมก็อยากเป็นพระเอกคาวบอยอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) เชื่อไหมว่าผมใส่ รองเท้าบู๊ตตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แล้วก็ใส่ชุดคาวบอยมาจนถึงวันนี้ ใส่แล้วมันดูแมนๆ ดี เพื่อนจะชอบ ถามว่า ใส่ชุดคาวบอยทุกวันได้ยังไง ผมก็ตอบเขาไปว่า มันอยู่ในสายเลือด ซึ่งใส่ชุดคาวบอยแล้ว ก็ต้องมีปืน โดยปืนกระบอกแรกก็อยู่ในห้องทำงาน” เล่าจบคาวบอยรุ่นใหญ่ก็ผายมือไปยัง ปืนกระบอกแรกที่ติดไว้เป็นอนุสรณ์เตือนความทรงจำบนผนังห้องทำงาน
คุณโชคชัยเล่าต่อว่า ปืนยาว Winchester Mod 94 เป็นปืนไรเฟิลคานเหวี่ยง ซื้อมาจากโรงรับจำนำในราคา 83 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นปืนกระบอกแรกที่ซื้อในช่วงไป เรียนอยู่อเมริกา “ตอนผมอายุ 16 ปี ก็เดินทางกลับมาเมืองไทย แล้วก็ไปทำไร่ที่ปากช่อง (เขาใหญ่) สมัยนั้นยังเป็นป่าดงดิบ ยังเรียกกันว่าเป็นดงพญาไฟ ยังไม่ได้เป็นดงพญาเย็นเช่นปัจจุบัน ตอนนั้นเพิ่งมีการตัดถนนมิตรภาพสายเดียวเท่านั้น
“ประมาณปี 2500 ที่ผมเข้าไปบุกเบิกก็จะเจอเสือสี่ขา และเสือสองขาบ้าง (หัวเราะ) ผมก็เลยต้องพกปืนเอาไว้ป้องกันตัว เพราะว่ากลางคืนผมอยู่ในป่าคนเดียว แต่กลางวันดีหน่อย มีคนงานมาทำงาน 7-8 คน แล้วผมจะยิงปืนให้พวกเขาดูตลอดเวลาว่าของเล่นของเราเป็นปืน หลายกระบอก แล้วเราก็ยิงแม่น ที่ทำแบบนี้เพื่อให้คนงานกระจายข่าวนี้ออกไปว่าผมมีปืน พวกที่มีอิทธิพลจะมาทำอะไรก็จะไม่กล้า
“จริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจไปทำร้ายใคร แต่ก็ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเรา ที่ต้องทำแบบนี้เพราะมี ตำรวจประจำปากช่องอยู่ 6 คน ไม่เพียงพอต่อการปราบโจร ตอนนั้นโจรมีเยอะมาก ผมอยู่ตัวคนเดียวเลยต้องมีปืนอยู่ตลอดเวลา ขนาดอาบน้ำยังต้องแขวนเอาไว้ที่ห้องน้ำเลย เวลาจะนอนก็ต้องวางไว้ใต้หมอน เรียกว่าปืนไม่ได้ห่างกายผมเลย แต่ถือว่าโชคดีที่ไม่เคย ยิงใส่โจรเลย แล้วไม่เคยใช้ปืนฆ่าใครด้วย แม้แต่สัตว์ผมก็ไม่เคยฆ่าเลยสักตัวเดียว ผมมีปืนเอาไว้ป้องกันตัวเท่านั้น” ผู้บุกเบิกดงพญาเย็นเปิดลิ้นชักความทรงจำได้แม่นยำ
ตั้งแต่ปืนกระบอกแรกที่คุณโชคชัยมีแล้วก็ฝึกยิงด้วยตัวเองมาตลอด จากนั้นเขาจึงซื้อปืนเพิ่มเติม เรื่อยมาตลอดกว่า 50 ปี จนปัจจุบันมีอยู่ในคลังกว่า 400 กระบอก โดยเจ้าของปืนออกตัวก่อน เลยว่า จะมีคนชอบถามว่าราคาของปืนทั้งหมดนี้เท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะไม่อยากบอก ทว่าปืนเหล่านี้ล้วนเป็นของรักของหวงที่มิอาจประเมินค่าได้ อันเนื่องจากมีคุณค่าทางจิตใจ แต่กระนั้นคุณโชคชัยก็ยอมเผยตัวเลขคร่าวๆ ว่า ตอนซื้อมากระบอกละ 20,000-30,000 บาท หากนำมาประเมินราคาในปัจจุบันจะขึ้นไปราว 150,000-200,000 บาท
“ผมสะสมปืนมาถึงวันนี้มีความรู้สึกภูมิใจ เพราะเคยฝันตั้งแต่เด็กอยากมีปืนมากๆ แล้วปืนแต่ละกระบอกที่ผมซื้อก็จะมีที่มาตลอด ว่าเราซื้อมาจากที่ไหน แต่ปืนดีๆ ผมได้มาจากหมอบุญส่ง เลขะกุล ท่านเองก็สะสมปืนมาหลายปีแล้ว พอท่านรู้ว่าผมสะสมท่านก็ยกปืนเกือบ 20 กระบอกมาให้ผม ผมรักปืนผมก็ห่วง (หัวเราะ) ใครจะมาขอผมคงให้ไม่ได้” กล่าวจบคุณโชคชัยก็หยิบปืนที่เป็นตำนานก่อนจะฟื้นความหลังต่อว่า
|