Username Password   Search    
Register Forget Password        

@LeisureRss

Celebs' Hobbies @Home Celeb's Collections
 

   
โชคชัย  บูลกุล  
“ปืนผา ป่าไม้ รถหรู และคริสตัล” ของสะสมสร้างสุข  
   

หากเอ่ยชื่อ โชคชัย บูลกุล มาดคาวบอยใหญ่รุ่นลายครามของเมืองไทย บวกกับรอยยิ้ม อันอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ใจดียังคงมีให้เห็นเหมือนเช่นเคย แม้ตัวเลขแห่งวัยจะล่วงเลยเข้าสู่วัย 72 ปี แล้วก็ตาม แต่ชีวิตบนหลังม้าก็ยังเป็นภาพลักษณ์ของผู้ก่อตั้งอาณาจักรฟาร์มโชคชัย แบบไม่มี วันจางหายไปจากความทรงจำของผู้้พบเห็น

นอกจากความสุขที่ได้เห็นฟาร์มโชคชัยเจริญเติบโตแล้ว ภารกิจหลักในชีวิตหลังเกษียณ ของคุณโชคชัยกลายเป็น “งานสะสม” ที่เขาตั้งใจทำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เขาเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่มีคุณค่าทางจิตใจ จากปืนกระบอกแรกกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์โชคชัยพันล้านในวันนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร เจ้าตำนานแห่งป่าเขาใหญ่ช่วยไขความลับที่หลายคนไม่อาจล่วงรู้มาก่อน…

 
   
 
   

ชายวัยอาวุโสสวมเสื้อลายสกอตกับกางเกงยีนส์คู่ใจ ส่งยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถ่ายทอดเรื่องราวของอาวุธปืนที่มีไว้ในครอบครองว่า สมัยเดินทางไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา มีอยู่ช่วงหนึ่งต้องเดินทางไกลข้ามเขตรัฐต่อรัฐ แล้วสภาพแวดล้อมค่อนข้างอันตราย ทั้งจากโจรผู้ร้ายและจากสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะการไปแคมปิ้งตามป่า ก็ต้องคอยระวังสัตว์ร้าย นั่นจึงเป็นที่มาของการสะสมปืนเพื่อให้เหมาะสมกับความเป็นคาวบอย ซึ่งเป็นความประทับใจจากการดูหนังคาวบอยนั่นเอง

“ผมฝันอยากเป็นคาวบอยมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะชอบดูหนังคาวบอย เห็นเขาพกปืนแล้วอยาก พกบ้าง มันเท่มาก จริงๆ ผมก็อยากเป็นพระเอกคาวบอยอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) เชื่อไหมว่าผมใส่ รองเท้าบู๊ตตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แล้วก็ใส่ชุดคาวบอยมาจนถึงวันนี้ ใส่แล้วมันดูแมนๆ ดี เพื่อนจะชอบ ถามว่า ใส่ชุดคาวบอยทุกวันได้ยังไง ผมก็ตอบเขาไปว่า มันอยู่ในสายเลือด ซึ่งใส่ชุดคาวบอยแล้ว ก็ต้องมีปืน โดยปืนกระบอกแรกก็อยู่ในห้องทำงาน” เล่าจบคาวบอยรุ่นใหญ่ก็ผายมือไปยัง ปืนกระบอกแรกที่ติดไว้เป็นอนุสรณ์เตือนความทรงจำบนผนังห้องทำงาน

คุณโชคชัยเล่าต่อว่า ปืนยาว Winchester Mod 94 เป็นปืนไรเฟิลคานเหวี่ยง ซื้อมาจากโรงรับจำนำในราคา 83 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นปืนกระบอกแรกที่ซื้อในช่วงไป เรียนอยู่อเมริกา “ตอนผมอายุ 16 ปี ก็เดินทางกลับมาเมืองไทย แล้วก็ไปทำไร่ที่ปากช่อง (เขาใหญ่) สมัยนั้นยังเป็นป่าดงดิบ ยังเรียกกันว่าเป็นดงพญาไฟ ยังไม่ได้เป็นดงพญาเย็นเช่นปัจจุบัน ตอนนั้นเพิ่งมีการตัดถนนมิตรภาพสายเดียวเท่านั้น

“ประมาณปี 2500 ที่ผมเข้าไปบุกเบิกก็จะเจอเสือสี่ขา และเสือสองขาบ้าง (หัวเราะ) ผมก็เลยต้องพกปืนเอาไว้ป้องกันตัว เพราะว่ากลางคืนผมอยู่ในป่าคนเดียว แต่กลางวันดีหน่อย มีคนงานมาทำงาน 7-8 คน แล้วผมจะยิงปืนให้พวกเขาดูตลอดเวลาว่าของเล่นของเราเป็นปืน หลายกระบอก แล้วเราก็ยิงแม่น ที่ทำแบบนี้เพื่อให้คนงานกระจายข่าวนี้ออกไปว่าผมมีปืน พวกที่มีอิทธิพลจะมาทำอะไรก็จะไม่กล้า

“จริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจไปทำร้ายใคร แต่ก็ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเรา ที่ต้องทำแบบนี้เพราะมี ตำรวจประจำปากช่องอยู่ 6 คน ไม่เพียงพอต่อการปราบโจร ตอนนั้นโจรมีเยอะมาก ผมอยู่ตัวคนเดียวเลยต้องมีปืนอยู่ตลอดเวลา ขนาดอาบน้ำยังต้องแขวนเอาไว้ที่ห้องน้ำเลย เวลาจะนอนก็ต้องวางไว้ใต้หมอน เรียกว่าปืนไม่ได้ห่างกายผมเลย แต่ถือว่าโชคดีที่ไม่เคย ยิงใส่โจรเลย แล้วไม่เคยใช้ปืนฆ่าใครด้วย แม้แต่สัตว์ผมก็ไม่เคยฆ่าเลยสักตัวเดียว ผมมีปืนเอาไว้ป้องกันตัวเท่านั้น” ผู้บุกเบิกดงพญาเย็นเปิดลิ้นชักความทรงจำได้แม่นยำ

ตั้งแต่ปืนกระบอกแรกที่คุณโชคชัยมีแล้วก็ฝึกยิงด้วยตัวเองมาตลอด จากนั้นเขาจึงซื้อปืนเพิ่มเติม เรื่อยมาตลอดกว่า 50 ปี จนปัจจุบันมีอยู่ในคลังกว่า 400 กระบอก โดยเจ้าของปืนออกตัวก่อน เลยว่า จะมีคนชอบถามว่าราคาของปืนทั้งหมดนี้เท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะไม่อยากบอก ทว่าปืนเหล่านี้ล้วนเป็นของรักของหวงที่มิอาจประเมินค่าได้ อันเนื่องจากมีคุณค่าทางจิตใจ แต่กระนั้นคุณโชคชัยก็ยอมเผยตัวเลขคร่าวๆ ว่า ตอนซื้อมากระบอกละ 20,000-30,000 บาท หากนำมาประเมินราคาในปัจจุบันจะขึ้นไปราว 150,000-200,000 บาท

“ผมสะสมปืนมาถึงวันนี้มีความรู้สึกภูมิใจ เพราะเคยฝันตั้งแต่เด็กอยากมีปืนมากๆ แล้วปืนแต่ละกระบอกที่ผมซื้อก็จะมีที่มาตลอด ว่าเราซื้อมาจากที่ไหน แต่ปืนดีๆ ผมได้มาจากหมอบุญส่ง เลขะกุล ท่านเองก็สะสมปืนมาหลายปีแล้ว พอท่านรู้ว่าผมสะสมท่านก็ยกปืนเกือบ 20 กระบอกมาให้ผม ผมรักปืนผมก็ห่วง (หัวเราะ) ใครจะมาขอผมคงให้ไม่ได้” กล่าวจบคุณโชคชัยก็หยิบปืนที่เป็นตำนานก่อนจะฟื้นความหลังต่อว่า

 
   
 
 

“ประมาณ 40 ปีก่อน คุณหมอบุญส่งจะซื้อที่ดินที่สุราษฎร์ธานี 600 ตารางวา ราคา 45,000 บาท แต่มีเงินอยู่แค่ 40,000 บาท พอเห็นปืนกระบอกนี้เลยเอาเงินที่จะไปซื้อที่ดินไปซื้อปืนแบบไม่ลังเล แถมเป็นปืนกระบอกเดียวในโลกก็ว่าได้ ที่มีการแกะสลักรูปสัตว์นานาชนิดเอาไว้มากที่สุดด้วย”

นอกจากปืนกว่า 400 กระบอกแล้ว เจ้าสัวโชคชัยยังมีของสะสมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ รถยนต์กว่า 20 คัน นาฬิกา กล้องถ่ายรูป และคริสตัลสวารอฟสกี้ ซึ่งหากประเมินมูลค่าเป็นตัวเลขเป็นพันเป็น หมื่นล้าน ก็คงเทียบไม่ได้กับคุณค่าทางจิตใจที่เขามี

และด้วยใจที่รักในงานสะสมนี้เอง คุณโชคชัยเลยตั้งปณิธานเอาไว้ว่า จะตั้งพิพิธภัณฑ์ เพื่อนำของที่สะสมออกมาแสดงให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ชื่นชม โดยใช้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์โชคชัย” ซึ่งพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปแล้ว

 

พิพิธภัณฑ์ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงแห่งความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้ก่อตั้ง คาวบอยรุ่นใหญ่ จึงขันอาสาเป็นไกด์กิตติมศักดิ์นำทัวร์แก่ WhO? เป็นคณะแรก โดยเริ่มต้นจากชั้น 5 ของอาคาร เป็นการจำลองผืนป่าดงพญาเย็นเมื่อปี 2499 ที่แวดล้อมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ชั้นนี้นอกจากจะจำลองเป็นป่าที่มีต้นไม้ร่มครึ้มแล้ว ยังไม่ลืมที่จะจำลองน้ำตกเหวสุวัตเอาไว้ด้วย เห็นแล้วช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง

ถัดมาบริเวณชั้น 4 เป็นการรวบรวมสิ่งของที่เจ้าสัวเก็บสะสมเอาไว้มากว่า 60 ปี ประกอบไปด้วย ห้องพระที่เอาไว้สวดมนต์ ซึ่งมีทั้งพระเครื่อง พระพุทธรูปปางต่างๆ ตั้งโชว์ให้เห็นเด่นเป็นสง่า เรียกว่าใครที่ชอบเรื่องพระเครื่องคงไม่พลาดที่จะต้องมาชมกัน จากนั้นเป็นชั้น 3 มีการเตือนความทรงจำด้วยการจำลองกระต๊อบหลังแรก ในสมัยที่บุกเบิกฟาร์มโชคชัย และยังมีฝูงวัวฝูงแรก พร้อมภาพถ่ายที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตตั้งแต่ วัยเด็กจนถึงปัจจุบันให้ได้รำลึกความหลังร่วมกัน

มาถึงชั้น 2 เป็นห้องแสดงของสะสมปืนกว่า 400 กระบอก นาฬิกา กล้องถ่ายรูป งาช้าง และคริสตัลกว่า 800 ชิ้น รวมมูลค่าเป็นร้อยล้าน และปิดท้ายกันที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นชั้นที่เก็บรวมรถยนต์ที่เขาซื้อเอาไว้ตั้งแต่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม กว่า 20 คัน และเพราะเป็นคนที่ชอบแข่งรถประจำ จึงมีรถสปอร์ตรุ่นต่างๆ โดยเฉพาะเมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่น SL ที่มีครบทุกรุ่น และเป็นรถที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้เจ้าตัวยังเตรียมสร้าง สวนสัตว์เผือก ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนจัดแสดงมาก่อนเพ่ิมเติมอีกแห่งหนึ่งด้วย

“จำได้ว่าตอนเด็กไม่มีของเล่น เลยคิดเอาไว้ว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสอยากจะเป็นเจ้าของงานสะสม เหล่าน้ีที่ได้กลายเป็นความทรงจำ ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ผมเก็บของสะสมมาเกือบ 60 ปีแล้ว พอได้มองเห็นสิ่งที่เราเคยอยากได้ แล้ววันนี้ก็มีเกือบครบแล้ว ผมภูมิใจแบบบอกไม่ถูกจริงๆ”

 

พูดคุยถึงเรื่องของสะสมกันไปแล้ว ย้อนเส้นทางชีวิตของผู้ก่อตั้งอาณาจักรฟาร์ม โชคชัยให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้กันบ้าง เพราะกว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

คุณโชคชัยเรียนจบสาขาปศุสัตว์ จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา จากนั้นทำความฝันด้วยการบุกเบิกฟาร์มโชคชัยตั้งแต่ปี 2500 ควบคู่ไปกับงานรับเหมาก่อสร้าง โดยได้สร้างสนามบินอีกหลายแห่ง อาทิ สนามบินตาคลี นครราชสีมา อุบลราชธานี และนครพนม กระทั่งปี 2512 ได้จดทะเบียนเป็น บริษัท โชคชัยแรนช์ จำกัด ซึ่งเป็นฟาร์มโคนมขนาดใหญ่ แล้วขยายสู่กิจการภัตตาคาร “โชคชัยสเต็คเฮ้าส์” และผลิตนมสดพาสเจอไรซ์ออก สู่ตลาดภายใต้ชื่อ “ฟาร์มโชคชัย” เป็นการปลุกกระแสบริโภคนมสดของคนไทยมาตั้งแต่บัดนั้น แต่ใช่ว่าชีวิตนักธุรกิจใหญ่จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะที่ผ่านมาธุรกิจต้องเผชิญ กับวิกฤตหลายด้าน จนเป็นเหตุให้ต้องยุติการทำธุรกิจก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจนมโชคชัย หลังจากนั้นจึงมีการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ กระทั่งวันนี้ฟาร์มโชคชัยผ่านพ้นอุปสรรค ทางการเงินและประสบความสำเร็จโดยมีลูกชายทั้งสองคน (โชค และ ชัย บูลกุล) เข้ามาทำหน้าที่บริหาร

 

“ผมอยากให้ทุกคนมีความมุ่งมั่น นึกคิดจะทำอะไรต้องทำให้ได้ แม้ว่าอุปสรรคมันจะมี แต่ถ้าเราพยายามต้องผ่านอุปสรรคอันนั้นให้ได้ ถ้าเรามีความมุ่งมั่นคิดอยากได้อะไร เราต้องทำให้ได้ ไม่ว่าจะลำบากยากเย็นแค่ไหน เราก็ต้องทำได้ในที่สุด” คุณโชคชัย กล่าว

ณ วันนี้ ผู้สร้างตำนานฟาร์มโชคชัยในวัย 72 ปี ยังคงดูหนุ่มแน่นและแข็งแรง ที่สำคัญยังเต็มเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข โดยเขาบอกเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพว่า “ผมชอบออกกำลังกายทุกเช้าเย็น โดยตอนเช้าจะเดินขึ้นบันไดร้อยกว่าขั้น ส่วนตอนเย็น หรือก่อนนอนก็จะเอกเซอร์ไซส์ ผมทำแบบนี้มาเป็น 10 ปี ส่วนอาหารก็จะกินทั่วๆ ไป แต่จะงดของหวาน” คาวบอยผู้มีหัวใจเฉกเช่นวัยหนุ่มกล่าวปิดท้้ายด้วยรอยยิ้มแห่งความภาค ภูมิใจในชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข

 
Untitled Document

หากท่าน Login จะมีไอคอนแสดงอารมณ์มากกว่านี้
There will be more emoticons once you
login.

Name:
E-Mail:
Comment:

รูปแบบตัวอักษร (Font)

 
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ Please verify security code in the box
Security Code Security Image
 

คลิกปุ่ม SEND เพื่อส่งข้อความ
Click here to send your message

 
กติกาในการแสดงความคิดเห็น
1. งดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะ สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ อาทิ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพ วิดีโอหรือข้อความที่ลบหลู่ ดูหมิ่นศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดๆก็ตาม
3. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความอันส่อไปในทางลามก อนาจาร หยาบคายหรือรุนแรง
4. งดเว้น การนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่เป็นการนินทา ใส่ร้าย วิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นหรือต้องการยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเกลียดชังบุคคล ในภาพเป็นอันขาด
5. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความที่เป็นการท้าทาย ชักชวน หรือเจตนาที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่สังคม
6. งดเว้นการนำเสนอรูปภาพหรือข้อความพาดพิง อันจะทำให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
7. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
8. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
เปิดกรุของหวงแบรนด์ดัง เต้-วิทย์สรัช สุขวัฒนศิริ
แว่นกันแดด-หมวก-นาฬิกา
ดาราสาวหน้าใส “แพนเค้ก”
ต้องมนต์เสน่ห์นางเงือก
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา
คนรักกีฬาถึงนักสะสมเสื้อไม่มีซ้ำ